การเทรดในตลาดการเงินไม่ว่าจะเป็น Forex หุ้น หรือสินทรัพย์ประเภทอื่น ๆ นักเทรดจะต้องคำนึงถึงหลาย ๆ ปัจจัยเพื่อให้การลงทุนมีประสิทธิภาพสูงสุด หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่นักเทรดทุกคนจะต้องทำความเข้าใจคือ “ค่าสเปรด (Spread)” เพราะมันมีผลโดยตรงกับต้นทุนการเทรด และสามารถส่งผลต่อกำไรหรือขาดทุนของคุณได้ในระยะยาว
ในบทความนี้ Ultima Markets จะพาคุณมาทำความรู้จักกับค่าสเปรด (Spread) ว่าคืออะไร มีประเภทอะไรบ้าง วิธีการอ่านค่า และวิธีการเลือกสเปรดที่ดีสำหรับการเทรดของคุณ
ค่าสเปรด (Spread) คืออะไร
ค่าสเปรด (Spread) คือความแตกต่างระหว่างราคาซื้อ (Bid) และราคาขาย (Ask) ของสินทรัพย์ที่เราต้องการเทรด และโดยปกติ ราคา Bid จะต่ำกว่าราคา Ask เสมอ ตัวอย่างเช่น เมื่อคุณต้องการเทรดคู่เงิน EUR/USD ราคาซื้อ (Bid) อาจจะอยู่ที่ 1.2200 และราคาขาย (Ask) อาจจะอยู่ที่ 1.2202 ความแตกต่างระหว่างราคาทั้งสองนี้คือค่าสเปรด ซึ่งจะมีค่าตัวเลขที่แตกต่างกันไปตามแต่ละคู่เงินหรือสินทรัพย์ที่เลือกเทรด
โดยทั่วไปแล้ว ค่าสเปรดจะเป็นค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการที่นักเทรดต้องจ่ายให้กับโบรกเกอร์ในการทำธุรกรรม ซึ่งทำให้มีผลต่อความสามารถในการทำกำไรของนักเทรด เนื่องจากราคาสินทรัพย์ต้องเคลื่อนไหวมากพอที่จะทำให้ได้กำไรมาครอบคลุมค่าสเปรดก่อนที่จะนับเป็นกำไรของนักเทรดจริง ๆ
ประเภทของค่าสเปรด (Spread)
1. Fixed Spread (สเปรดคงที่)
- สเปรดประเภทนี้หมายถึงค่าความแตกต่างระหว่างราคาซื้อ (Bid) และราคาขาย (Ask) ที่มีการตั้งค่าให้คงที่ตลอดเวลา โดยไม่ขึ้นอยู่กับความผันผวนของตลาด
- ข้อดี
- นักเทรดสามารถคาดการณ์ต้นทุนการเทรดได้ล่วงหน้า เนื่องจากสเปรดไม่เปลี่ยนแปลง ทำให้สะดวกในการวางแผนการเทรดและคำนวณผลกำไรหรือขาดทุน
- ความคงที่ของสเปรดช่วยลดความเสี่ยงจากการผันผวนของตลาด ซึ่งเหมาะสำหรับนักเทรดที่ต้องการความมั่นคงในต้นทุน
- ข้อเสีย
- บางครั้งโบรกเกอร์อาจตั้งค่าสเปรดคงที่ให้สูงกว่าค่าสเปรดแปรผันในตลาด ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนการเทรดสูงขึ้นในบางช่วงเวลาของการเทรด
- ในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนมาก โบรกเกอร์บางรายอาจปรับค่าสเปรดคงที่ให้สูงขึ้น และอาจไม่อนุญาตให้นักเทรดทำการเทรดจนกว่าจะยอมรับค่าสเปรดใหม่ ทำให้นักเทรดต้องเผชิญกับความไม่สะดวกในการดำเนินการ
2. Variable Spread (สเปรดแปรผัน)
- สเปรดประเภทนี้มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับสภาพตลาดและความผันผวนของราคาสินทรัพย์ เมื่อมีการเคลื่อนไหวของตลาดมาก สเปรดจะขยายออกและเมื่อมีการเคลื่อนไหวของตลาดน้อยลง สเปรดจะลดลง
- ข้อดี
- สเปรดสามารถต่ำลงได้ในช่วงที่ตลาดนิ่งหรือมีสภาพคล่องสูง ทำให้ต้นทุนการเทรดต่ำลง และช่วยเพิ่มโอกาสทำกำไรได้มากขึ้นน
- เนื่องจากสเปรดสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพตลาด มันจึงสะท้อนถึงสภาพคล่องของตลาดและความผันผวนที่เกิดขึ้นในขณะนั้น
- ข้อเสีย
- สเปรดอาจขยายตัวในช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวนมาก ทำให้ต้นทุนการเทรดสูงขึ้น
- นักเทรดอาจไม่สามารถคาดการณ์ค่าสเปรดได้อย่างแน่นอน เนื่องจากมันเปลี่ยนแปลงตามสภาพตลาด การที่ค่าสเปรดสามารถสูงขึ้นในช่วงตลาดผันผวนอาจทำให้การคำนวณกำไรและขาดทุนเป็นเรื่องยาก
- สเปรดที่สูงในบางช่วงเวลาอาจทำให้การเทรดไม่คุ้มค่าหรือไม่เหมาะสมในบางสถานการณ์
วิธีการอ่านค่าและการคำนวณค่าสเปรด (Spread)
การอ่านค่าสเปรดไม่ยาก โดยจะต้องดูความแตกต่างระหว่างราคาซื้อ (Bid) และราคาขาย (Ask) เช่น
- ราคาซื้อ (Bid): 1.2200
- ราคาขาย (Ask): 1.2203
สูตรคำนวณค่าสเปรด (Spread)
สเปรด (Spread) = ราคาขาย (Ask) – ราคาซื้อ (Bid)
ตัวอย่างการคำนวณค่าสเปรด (Spread)
ค่าสเปรด = 1.2203 – 1.2200 = 0.0003 หรือ 3 pips
การคำนวณนี้ทำให้เราสามารถประเมินต้นทุนในการเปิดและปิดคำสั่งได้อย่างชัดเจน
ค่าสเปรด (Spread) ที่ดีหรือไม่ดีดูอย่างไร
การเลือกค่าสเปรดที่ดีเป็นปัจจัยสำคัญที่นักเทรดทุกคนควรพิจารณา เพราะค่าสเปรดมีผลโดยตรงต่อต้นทุนการเทรดและผลกำไรที่สามารถทำได้ในระยะยาว การเลือกโบรกเกอร์ที่เสนอค่าสเปรดที่เหมาะสมจะช่วยลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นและเพิ่มโอกาสในการทำกำไร
สิ่งที่ควรพิจารณาเพื่อเลือกสเปรดที่ดี
- ค่าสเปรดที่ต่ำ
- ค่าสเปรดที่ต่ำช่วยลดต้นทุนในการเทรด ทำให้สามารถทำกำไรได้ง่ายขึ้น เพราะเมื่อค่าสเปรดต่ำ การเคลื่อนไหวของราคาต้องมากพอที่จะทำกำไรได้โดยไม่ต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงจากสเปรด ตัวอย่างเช่น หากคุณเทรดคู่เงิน EUR/USD ที่มีค่าสเปรดเพียง 0.5 pips คุณจะต้องรอให้ราคาผันผวนแค่เล็กน้อยก็สามารถทำกำไรได้
- โบรกเกอร์โปร่งใสในการเปิดเผยค่าสเปรด
- เลือกโบรกเกอร์ที่แสดงค่าสเปรดที่ชัดเจนและไม่มีการซ่อนค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ค่าสเปรดที่โปร่งใสช่วยให้นักเทรดสามารถคำนวณต้นทุนและกำไรได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ต้องกังวลว่ามีค่าธรรมเนียมแฝงหรือการปรับสเปรดที่ไม่คาดคิด
- เลือกประเภทสเปรดที่เหมาะสมกับสไตล์การเทรด
- การเลือกประเภทสเปรดที่เหมาะสมกับสไตล์การเทรดของคุณก็เป็นเรื่องสำคัญ หากคุณเทรดระยะสั้น เช่น การเทรดในระยะเวลาไม่กี่นาทีหรือชั่วโมง ค่าสเปรดที่ต่ำและคงที่ (Fixed Spread) จะช่วยให้คุณคำนวณต้นทุนได้ง่ายขึ้นและลดความเสี่ยงจากการผันผวนของตลาด
สเปรดที่ไม่ดีคืออะไร
- สเปรดที่สูงเกินไป
- บางโบรกเกอร์อาจเสนอค่าสเปรดที่สูงเกินไป ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนการเทรดของคุณเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น และทำให้การทำกำไรเป็นไปได้ยากขึ้นอีก ตัวอย่างเช่น หากคุณเทรดคู่เงิน EUR/USD และค่าสเปรดอยู่ที่ 5 pips ในกรณีนี้ คุณจะต้องรอให้ราคาผันผวนมากขึ้นก่อน และต้องมั่นใจด้วยว่าจะผันผวนไปในทิศทางที่คุณจะได้กำไร
- โบรกเกอร์ที่ให้บริการไม่โปร่งใส
- โบรกเกอร์บางรายอาจมีการแสดงค่าสเปรดที่ไม่ชัดเจนหรือซ่อนค่าใช้จ่ายแฝงที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ เช่น การปรับสเปรดในช่วงตลาดผันผวนโดยไม่แจ้งให้ผู้เทรดทราบ หรือการมีค่าธรรมเนียมที่ไม่เปิดเผยซึ่งทำให้ไม่สามารถคำนวณต้นทุนการเทรดได้อย่างแม่นยำ การเลือกโบรกเกอร์ที่ไม่มีความโปร่งใสในเรื่องนี้อาจทำให้คุณต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างไม่คาดคิด
สรุปค่าสเปรด (Spread)
การเลือกค่าสเปรดที่ดีจะช่วยให้การเทรดของคุณมีต้นทุนที่ต่ำลง และเพิ่มโอกาสในการทำกำไร ค่าสเปรดที่ต่ำและโปร่งใสทำให้การเทรดมีความสะดวกและชัดเจนมากขึ้น สำหรับนักเทรดที่เพิ่งเริ่มต้นและผู้ที่มีประสบการณ์แล้ว ควรให้ความสำคัญในการเลือกโบรกเกอร์ที่มีค่าสเปรดที่เหมาะสม เพื่อให้การเทรดของคุณได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
Ultima Markets ได้เสนอค่าสเปรดที่ต่ำและโปร่งใส พร้อมมอบการบริการที่สามารถตอบโจทย์ทุกการเทรดของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดบัญชีจริงหรือทดลองเทรดด้วยบัญชีทดลอง มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเราและเริ่มต้นการเทรดที่มีต้นทุนต่ำกับสเปรดที่ดีที่สุด พร้อมทั้งสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมจาก UM Academy ที่จะช่วยเสริมสร้างทักษะการเทรดของคุณให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
คำถามที่พบบ่อย
ค่าสเปรดต่ำ หมายถึงอะไร ค่าสเปรดต่ำหมายถึงความแตกต่างระหว่างราคาซื้อ (Bid) และราคาขาย (Ask) ที่ต่ำ ซึ่งทำให้ต้นทุนการเทรดของนักเทรดต่ำลง ค่าสเปรดต่ำช่วยให้การทำกำไรจากการเทรดมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากไม่ต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายสูงในการเปิดและปิดคำสั่งซื้อขาย
ค่าสเปรด ดูตรงไหน ค่าสเปรดสามารถดูได้จากแพลตฟอร์มการเทรดของโบรกเกอร์ โดยจะแสดงในรูปแบบของความแตกต่างระหว่างราคาซื้อ (Bid) และราคาขาย (Ask) ตัวอย่างเช่น หากคู่เงิน EUR/USD แสดงราคาซื้อที่ 1.2200 และราคาขายที่ 1.2203 แสดงว่าค่าสเปรดคือ 3 pips ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่นักเทรดต้องจ่ายเมื่อเปิดคำสั่งซื้อขาย
ค่าสเปรดทองคํา คืออะไร ค่าสเปรดทองคำคือความแตกต่างระหว่างราคาซื้อและราคาขายของทองคำในตลาดการเทรด ตัวอย่างเช่น หากราคาซื้อทองคำ (Bid) อยู่ที่ 1,800.00 และราคาขาย (Ask) อยู่ที่ 1,800.50 ค่าสเปรดทองคำคือ 0.50 ดอลลาร์ การเลือกโบรกเกอร์ที่มีค่าสเปรดทองคำต่ำจะช่วยลดต้นทุนการเทรดและทำให้การลงทุนในทองคำมีประสิทธิภาพมากขึ้น