ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เป็นหนึ่งในตลาดที่มีความเคลื่อนไหวรวดเร็วและได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เซมิคอนดักเตอร์ และยานยนต์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจประเทศ ทำให้ดัชนีหลักของเกาหลีใต้อย่าง KOSPI Index กลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนทั้งทิศทางเศรษฐกิจในประเทศและกระแสเศรษฐกิจโลกไปพร้อมกัน
ในบทความนี้ Ultima Markets จะพาคุณไปทำความรู้จักกับดัชนี KOSPI ตั้งแต่พื้นฐานว่า KOSPI คืออะไร โครงสร้างและบริษัทที่อยู่ในดัชนี ความสำคัญต่อเศรษฐกิจเกาหลี เหตุผลที่นักเทรดให้ความสนใจ รวมถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคา และข้อควรระวังที่มือใหม่ควรรู้ก่อนเริ่มเทรด เพื่อช่วยให้คุณเริ่มต้นเทรดดัชนีได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
KOSPI คืออะไร
KOSPI ย่อมาจาก Korea Composite Stock Price Index ซึ่งก็คือดัชนีตลาดหุ้นหลักของประเทศเกาหลีใต้ที่สะท้อนภาพรวมการเคลื่อนไหวของบริษัทขนาดใหญ่และขนาดกลางที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เกาหลี (Korea Exchange หรือ KRX)
ดัชนีนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นภาพรวมของตลาดทุนทั้งระบบ ไม่ใช่เพียงดูหุ้นรายตัว แต่เป็นการวัดสุขภาพเศรษฐกิจของประเทศผ่านมูลค่ารวมของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดที่อยู่ในดัชนี โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมหลักของเกาหลี เช่น เทคโนโลยี เซมิคอนดักเตอร์ ยานยนต์ และพลังงาน
ในเชิงโครงสร้าง KOSPI ใช้วิธีคำนวณแบบถ่วงน้ำหนักตามมูลค่าตลาด (Market Capitalization Weighted Index) ซึ่งหมายความว่า
- บริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงจะมีอิทธิพลต่อดัชนีมากกว่า
- หุ้นขนาดใหญ่สามารถขับเคลื่อนทั้งตลาดได้ในบางช่วงเวลา
- การเปลี่ยนแปลงของหุ้นเพียงไม่กี่ตัว อาจส่งผลต่อภาพรวมทั้งดัชนีอย่างมีนัยสำคัญ
ตัวอย่างเช่น หากกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ปรับตัวขึ้นพร้อมกัน KOSPI อาจปรับตัวขึ้นทันที แม้หุ้นขนาดกลางหรือเล็กจะไม่ได้เคลื่อนไหวมากนัก ในทางกลับกัน หากหุ้นกลุ่มหลักอ่อนตัว ดัชนีก็สามารถปรับลงได้แม้ตลาดส่วนอื่นยังทรงตัว
ดังนั้น ดัชนี KOSPI จึงไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขของตลาดหุ้น แต่เป็นกระจกสะท้อนเศรษฐกิจเกาหลีใต้ที่แสดงให้เห็นทั้งความเชื่อมั่นของนักลงทุน สภาพคล่องของตลาดทุน และทิศทางการเติบโตของเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศเกาหลีใต้อย่างชัดเจน
KOSPI ประกอบด้วยบริษัทอะไรบ้าง
ดัชนี KOSPI ประกอบด้วยบริษัทจดทะเบียนหลายร้อยแห่งในตลาดหลักทรัพย์เกาหลี (KRX) โดยมีโครงสร้างสำคัญคือกลุ่ม KOSPI 200 ซึ่งเป็นดัชนีย่อยที่รวบรวมบริษัทขนาดใหญ่และมีสภาพคล่องสูงที่สุดในตลาด ทำให้นักลงทุนทั่วโลกมักใช้เป็นตัวแทนในการวิเคราะห์ทิศทางเศรษฐกิจของเกาหลีใต้
KOSPI 200 ไม่ได้เป็นเพียงรายชื่อหุ้นใหญ่ แต่เป็นภาพสะท้อนโครงสร้างเศรษฐกิจเกาหลีที่พึ่งพาอุตสาหกรรมส่งออกและเทคโนโลยีเป็นหลัก โดยบริษัทในดัชนีจะมีน้ำหนักแตกต่างกันตามมูลค่าตลาด (Market Cap) ทำให้หุ้นขนาดใหญ่มีผลต่อการเคลื่อนไหวของดัชนีอย่างมาก
ตัวอย่างบริษัทสำคัญใน KOSPI
ภายในดัชนี KOSPI และ KOSPI 200 มีบริษัทระดับโลกที่เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจเกาหลี เช่น
- Samsung Electronics
ผู้นำด้านสมาร์ตโฟน ชิปเซมิคอนดักเตอร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นบริษัทที่มีน้ำหนักสูงสุดในดัชนี KOSPI และมีอิทธิพลต่อทิศทางตลาดอย่างมาก
- SK Hynix
หนึ่งในผู้ผลิตชิปหน่วยความจำ (DRAM และ NAND) รายใหญ่ของโลก ซึ่งมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรม AI และ Data Center ทั่วโลก
- Hyundai Motor
ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่มีตลาดทั่วโลก ทั้งรถยนต์สันดาป ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า (EV)
- LG Energy Solution
ผู้นำด้านแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System) ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมอนาคตของโลก
- POSCO Holdings
บริษัทอุตสาหกรรมเหล็กและวัสดุขั้นสูงที่มีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุตสาหกรรมการผลิตและก่อสร้าง
โครงสร้างอุตสาหกรรมของ KOSPI
สิ่งที่ทำให้ KOSPI น่าสนใจคือ การกระจุกตัวของอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่
- เทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ (เช่น Samsung, SK Hynix)
- ยานยนต์และ EV (Hyundai, Kia)
- พลังงานและแบตเตอรี่ (LG Energy Solution)
- วัสดุอุตสาหกรรมและเหล็ก (POSCO)
- การเงินและกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่
โครงสร้างนี้ทำให้ KOSPI มีความอ่อนไหวต่อวัฏจักรเศรษฐกิจโลก (Global Economic Cycle) โดยเฉพาะความต้องการสินค้าเทคโนโลยีและการส่งออก ซึ่งเป็นหัวใจของเศรษฐกิจเกาหลีใต้อย่างแท้จริง
KOSPI มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจเกาหลีใต้อย่างไร
KOSPI Index ถือเป็นหนึ่งในดัชนีที่สะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ได้อย่างชัดเจนที่สุด เพราะบริษัทที่อยู่ในดัชนีส่วนใหญ่เป็นบริษัทขนาดใหญ่ระดับโลกที่ขับเคลื่อนการส่งออกและการเติบโตของประเทศ
ความสำคัญของ KOSPI สามารถสรุปได้เป็นข้อ ๆ ดังนี้
1. สะท้อนสุขภาพเศรษฐกิจแบบเรียลไทม์
KOSPI เคลื่อนไหวตามผลประกอบการของบริษัทหลักในประเทศ ทำให้สามารถใช้เป็นตัวชี้วัดสภาพเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็วและใกล้เคียงความจริงมากที่สุด
2. เป็นดัชนีของประเทศที่พึ่งพาการส่งออก
เศรษฐกิจเกาหลีใต้ขับเคลื่อนด้วยการส่งออก โดยเฉพาะสินค้าเทคโนโลยี เช่น เซมิคอนดักเตอร์และยานยนต์ ดังนั้นเมื่ออุปสงค์โลกเพิ่มขึ้น KOSPI มักปรับตัวขึ้น และเมื่อเศรษฐกิจโลกชะลอ ดัชนีก็มักได้รับแรงกดดันทันที
3. ใช้วัดความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ
กระแสเงินทุนจากต่างชาติ (Foreign Inflows/Outflows) มีผลโดยตรงต่อ KOSPI ทำให้ดัชนีนี้ถูกใช้เป็นตัวชี้วัดความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจเกาหลีใต้ในสายตานักลงทุนทั่วโลก
4. สะท้อนอุตสาหกรรมหลักของประเทศ
KOSPI ถูกขับเคลื่อนโดยกลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น เทคโนโลยี ยานยนต์ และพลังงาน ทำให้สามารถเห็นภาพโครงสร้างเศรษฐกิจของเกาหลีได้อย่างชัดเจน
5. เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกโดยตรง
เนื่องจากบริษัทในดัชนีเป็นผู้ส่งออกระดับโลก KOSPI จึงเคลื่อนไหวตามปัจจัยภายนอก เช่น เศรษฐกิจสหรัฐฯ จีน และวัฏจักรอุตสาหกรรมโลกอย่างใกล้ชิด
ทำไม KOSPI ถึงน่าสนใจสำหรับนักเทรด
KOSPI เป็นดัชนีที่นักเทรดทั่วโลกให้ความสนใจ เพราะมีความเคลื่อนไหวที่ตอบสนองต่อปัจจัยเศรษฐกิจได้ชัดเจน และสร้างโอกาสในการเทรดได้หลากหลายรูปแบบ
เหตุผลที่น่าสนใจมีดังนี้
1. เคลื่อนไหวตามเศรษฐกิจโลกอย่างชัดเจน
KOSPI มีความอ่อนไหวต่อข่าวเศรษฐกิจโลก เช่น ดอกเบี้ยสหรัฐฯ เงินเฟ้อ และ GDP ทำให้นักเทรดสามารถใช้ข่าวเป็นตัวกำหนดทิศทางได้ค่อนข้างแม่นยำ
2. ได้รับแรงหนุนจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
ดัชนีถูกขับเคลื่อนโดยหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ยานยนต์ และแบตเตอรี่ EV ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีรอบการเติบโตชัดเจน
3. มีความผันผวนที่สร้างโอกาสทำกำไร
การเคลื่อนไหวของ KOSPI ค่อนข้างไว ทำให้เหมาะกับทั้งการเทรดระยะสั้น (Day Trade) และระยะกลาง (Swing Trade)
4. สภาพคล่องสูงในช่วงตลาดเอเชีย
ช่วงเวลาซื้อขายของตลาดเอเชียทำให้มีปริมาณการซื้อขายหนาแน่น ช่วยให้การเข้าออกออเดอร์ทำได้ง่ายและมีประสิทธิภาพ
5. เทรดได้ทั้งขาขึ้นและขาลงผ่าน CFD
นักเทรดสามารถใช้เครื่องมือ CFD เพื่อทำกำไรได้ทั้งฝั่งซื้อและขาย เพิ่มความยืดหยุ่นในการวางกลยุทธ์ในทุกสภาวะตลาด
ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคา KOSPI มีอะไรบ้าง
KOSPI มีการเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างไวต่อปัจจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ เนื่องจากเศรษฐกิจของ South Korea พึ่งพาการส่งออกและอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเป็นหลัก ทำให้ปัจจัยหลายด้านสามารถกระทบต่อดัชนีได้โดยตรง
ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อราคาดัชนี KOSPI มีดังนี้
1. เศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะสหรัฐฯ และจีน
สหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกและแหล่งเงินทุนหลัก ขณะที่จีนเป็นคู่ค้าสำคัญของเกาหลีใต้ หากเศรษฐกิจของสองประเทศนี้ชะลอตัว ความต้องการสินค้าเกาหลี เช่น ชิปและยานยนต์จะลดลงทันที ส่งผลให้ KOSPI ปรับตัวลง ในทางกลับกัน หากทั้งสองประเทศฟื้นตัว ดัชนีมักได้รับแรงหนุนอย่างชัดเจน
2. วัฏจักรอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ (DRAM และ NAND)
หุ้นกลุ่มชิปถือเป็นหัวใจของ KOSPI โดยเฉพาะ Samsung Electronics และ SK Hynix ราคาชิปโลกที่ขึ้นลงตามอุปสงค์ AI, Data Center และสมาร์ตโฟน จะส่งผลโดยตรงต่อกำไรบริษัทและดัชนีโดยรวม
3. ค่าเงินวอนเกาหลี (KRW)
ค่าเงินวอนมีผลต่อความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออก หากวอนอ่อนค่า สินค้าเกาหลีจะถูกลงในตลาดโลก ส่งผลบวกต่อกำไรบริษัทและ KOSPI แต่หากวอนแข็งค่า จะกดดันภาคส่งออกทันที
4. นโยบายการเงินของธนาคารกลางเกาหลี (BOK)
อัตราดอกเบี้ยมีผลต่อทั้งต้นทุนการกู้ยืมและความน่าสนใจของตลาดหุ้น หากดอกเบี้ยลดลง มักช่วยหนุนตลาดหุ้น แต่หากปรับขึ้นเร็วเกินไป อาจกดดันมูลค่าหุ้นและลดความเสี่ยงของนักลงทุน
5. ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในคาบสมุทรเกาหลี
ความไม่แน่นอนทางการเมืองระหว่างเกาหลีเหนือ–ใต้สามารถสร้างแรงกดดันต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ ทำให้เกิดแรงขายระยะสั้นในตลาดได้ทันที
6. ผลประกอบการของบริษัทขนาดใหญ่
หุ้น Big Cap เช่น Samsung Electronics และ SK Hynix มีน้ำหนักสูงมากในดัชนี ดังนั้นผลประกอบการรายไตรมาสจึงสามารถดึง KOSPI ขึ้นหรือลงได้อย่างมีนัยสำคัญ แม้หุ้นตัวอื่นจะไม่เปลี่ยนแปลงมากก็ตาม
เหตุการณ์ในอดีตที่ส่งผลต่อ KOSPI
KOSPI เคยผ่านหลายช่วงวิกฤตเศรษฐกิจและเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้ดัชนีเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง สะท้อนให้เห็นว่าตลาดหุ้นของประเทศเกาหลีใต้มีความอ่อนไหวต่อทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศค่อนข้างสูง
เหตุการณ์สำคัญในอดีตมีดังนี้
- วิกฤตการเงินเอเชียปี 1997 (Asian Financial Crisis)
เป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของ KOSPI เมื่อเงินทุนต่างชาติไหลออกจากภูมิภาคอย่างรวดเร็ว ทำให้ค่าเงินวอนอ่อนค่าหนัก และตลาดหุ้นเกาหลีปรับตัวลงแรงอย่างมาก หลายบริษัทประสบปัญหาสภาพคล่อง จนต้องมีการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของประเทศ
- วิกฤตการเงินโลกปี 2008 (Global Financial Crisis)
วิกฤตจากสหรัฐฯ ส่งผลกระทบไปทั่วโลก รวมถึงเกาหลีใต้ที่พึ่งพาการส่งออกสูง ความต้องการสินค้าอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีลดลง ทำให้ KOSPI ปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะฟื้นตัวตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั่วโลก
- วิกฤต COVID-19 ปี 2020
ช่วงเริ่มต้นของการระบาด ดัชนีร่วงแรงจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและการหยุดชะงักของซัพพลายเชน แต่หลังจากนั้น KOSPI ฟื้นตัวได้เร็วมาก โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นเทคโนโลยีและความต้องการชิปที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก
- วัฏจักรเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor Cycle)
KOSPI มีความผูกพันสูงกับอุตสาหกรรมชิป โดยเฉพาะ Samsung Electronics และ SK Hynix ทำให้เมื่อราคาชิปโลกปรับตัวขึ้นหรือลง ดัชนีมักเคลื่อนไหวตามอย่างมีนัยสำคัญ
- ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เกาหลีเหนือ-ใต้
เหตุการณ์ทดลองขีปนาวุธหรือความตึงเครียดทางการเมือง มักสร้างแรงกดดันระยะสั้นต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติ ทำให้เกิดแรงขายในตลาดเป็นช่วง ๆ
โดยรวมแล้ว เหตุการณ์เหล่านี้แสดงให้เห็นว่า KOSPI ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยปัจจัยในประเทศเพียงอย่างเดียว แต่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลก วัฏจักรอุตสาหกรรม และความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ดัชนีนี้มีความผันผวนและเป็นที่จับตาของนักลงทุนทั่วโลกเสมอ
ข้อควรระวังในการเทรด KOSPI สำหรับมือใหม่
KOSPI เป็นดัชนีที่มีโอกาสทำกำไรสูง แต่ก็มีความเสี่ยงค่อนข้างมาก เนื่องจากเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกและอุตสาหกรรมหลักของประเทศเกาหลีใต้ โดยตรง
1. ความผันผวนจากข่าวเศรษฐกิจโลกสูง
KOSPI เคลื่อนไหวแรงตามข่าวสำคัญ เช่น ดอกเบี้ยสหรัฐฯ เงินเฟ้อ และเศรษฐกิจจีน ทำให้ราคาสามารถเปลี่ยนทิศทางเร็วมาก
2. ความเสี่ยงจากการใช้เลเวอเรจ
การเทรด CFD ช่วยเพิ่มโอกาสทำกำไร แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงขาดทุนแบบทวีคูณ หากไม่ควบคุมขนาดออเดอร์อาจเสียเงินทุนได้เร็ว
3. พึ่งพาหุ้นขนาดใหญ่ไม่กี่ตัว
หุ้นอย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix มีน้ำหนักสูงมาก หากหุ้นเหล่านี้ผันผวน ดัชนีจะได้รับผลกระทบทันที
4. ความเสี่ยงจากค่าเงินวอน (KRW)
การแข็งหรืออ่อนค่าของเงินวอนส่งผลต่อกำไรบริษัทส่งออก ซึ่งกระทบต่อดัชนีโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญ
5. ความไม่แน่นอนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์
ความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีสามารถสร้างแรงขายระยะสั้นในตลาดได้ แม้ปัจจัยเศรษฐกิจพื้นฐานจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากก็ตาม
สรุปเกี่ยวกับ KOSPI ดัชนีสะท้อนเศรษฐกิจเกาหลีและโอกาสการเทรด
KOSPI เป็นดัชนีสำคัญที่สะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ผ่านบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ยานยนต์ และวัสดุอุตสาหกรรม ทำให้เป็นหนึ่งในดัชนีที่นักลงทุนและนักเทรดทั่วโลกติดตามอย่างใกล้ชิด ในมุมของการเทรด KOSPI ไม่ได้เป็นเพียงตัวชี้วัดเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นตลาดที่มีทั้งโอกาสและความเสี่ยงไปพร้อมกัน โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกมีความผันผวน ซึ่งสามารถสร้างจังหวะการเทรดได้ทั้งระยะสั้นและระยะกลาง
สำหรับผู้ที่สนใจเทรดดัชนีหุ้นต่างประเทศ Ultima Markets ให้บริการดัชนีจากหลากหลายประเทศทั่วโลกให้เลือกครบในที่เดียว พร้อมบัญชีทดลองเทรดสำหรับฝึกฝนกลยุทธ์ก่อนลงสนามจริง และบัญชีจริงสำหรับนักเทรดทุกระดับ ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่ที่ต้องการเริ่มเรียนรู้ หรือเทรดเดอร์ที่พร้อมลุยตลาดทันที ก็สามารถเริ่มต้นได้อย่างมั่นใจด้วยเครื่องมือวิเคราะห์และระบบเทรดที่รองรับการตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพ เปิดบัญชีและเริ่มต้นเส้นทางการเทรดกับเราได้เลยวันนี้
คำถามที่พบบ่อย
KOSPI คืออะไร KOSPI คือดัชนีหุ้นหลักของ South Korea ที่สะท้อนการเคลื่อนไหวของบริษัทขนาดใหญ่และขนาดกลางในตลาดหลักทรัพย์เกาหลี (KRX)
ตลาดเทรดดัชหุ้น KOSPI เปิด–ปิดเวลาไหน ตลาดหุ้นเกาหลีใต้จะเปิดซื้อขายในช่วงเวลาทำการของตลาดเอเชีย โดยแบ่งเป็นช่วงหลักดังนี้:
– ช่วงเช้า: ประมาณ 09:00 – 15:30 น. (เวลาเกาหลี) หรือ 7.00 – 13.30 น. (เวลาไทย)
– ปิดทำการ: วันเสาร์–อาทิตย์ และวันหยุดราชการของเกาหลีใต้
หมายเหตุ เวลาที่แน่นอนอาจมีการปรับตามช่วงพักกลางวันหรือวันพิเศษของตลาด
ปัจจัยอะไรที่ส่งผลราคาของดัชนี KOSPI ผันผวน KOSPI เคลื่อนไหวตามหลายปัจจัยหลัก เนื่องจากเศรษฐกิจของ South Korea พึ่งพาการส่งออกและเทคโนโลยี
– เศรษฐกิจโลก (สหรัฐฯ และจีน): ส่งผลต่อความต้องการสินค้าเกาหลีโดยตรง
– เซมิคอนดักเตอร์: หุ้นใหญ่ เช่น Samsung และ SK Hynix ดันตลาดทั้งดัชนี
– ค่าเงินวอน (KRW): กระทบกำไรจากการส่งออก
– ดอกเบี้ย BOK: มีผลต่อสภาพคล่องและการลงทุน
– ภูมิรัฐศาสตร์: ความตึงเครียดเกาหลีเหนือกดดันตลาดระยะสั้น